"โครงการสัมมนา สร้างสรรค์ 3 มิติ ในโลกกราฟฟิก"
(2/4/68)
📎 ความรู้ที่ได้จากการเรียน
หัวข้อสัมมนา "โครงการสัมมนา สร้างสรรค์ 3 มิติ ในโลกกราฟฟิก"
การสร้างสรรค์ 3 มิติ (3D Creative Design) ในโลกกราฟิกคือ การที่เด็กได้สร้างหรือมีปฏิสัมพันธ์กับวัตถุที่ดูเหมือนมี ความลึก หรือมีมิติที่เหมือนจริงมากขึ้นกว่าภาพวาด 2 มิติทั่วไป
สำหรับเด็กปฐมวัย การสร้างสรรค์ 3 มิติในบริบทของโลกกราฟิกอาจหมายถึงการ
-
ปั้น ดัด ต่อ หรือประกอบวัตถุด้วยมือ
-
ใช้แอปหรือโปรแกรมง่าย ๆ ในการสร้างภาพ 3 มิติ
-
สร้างสรรค์สิ่งของในโลกเสมือน (Virtual World) เช่น การเล่นบล็อกในแอป
-
ใช้เทคโนโลยี AR (Augmented Reality) แบบง่าย
ความสำคัญของการสร้างสรรค์ 3 มิติในเด็กปฐมวัย
1. พัฒนาทักษะด้านมิติสัมพันธ์ เช่น การเข้าใจรูปร่าง พื้นที่ ความลึก
2. เสริมสร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ จากการคิดและออกแบบสิ่งของ
3. ฝึกกล้ามเนื้อมือและการประสานงานระหว่างตากับมือ
4. เตรียมความพร้อมด้าน STEM และเทคโนโลยี ผ่านการเรียนรู้แบบลงมือทำ
5. ส่งเสริมการสังเกต การวางแผน และการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์
6. พัฒนาความเข้าใจพื้นฐานด้าน สถาปัตยกรรม การออกแบบ และวิศวกรรม อย่างเหมาะสมกับวัย
ประโยชน์ของกิจกรรม 3 มิติต่อพัฒนาการเด็ก
-
พัฒนาการทางกายภาพ : การปั้น ตัด ต่อ ช่วยให้กล้ามเนื้อมือแข็งแรง
-
ทางสติปัญญา : เด็กเรียนรู้เรื่องรูปร่าง พื้นผิว มิติ และโครงสร้าง
-
ทางอารมณ์ : เด็กได้แสดงตัวตน รู้สึกภูมิใจในสิ่งที่ตนเองสร้าง
-
ทางสังคม : เด็กเรียนรู้การแลกเปลี่ยนไอเดีย แบ่งปันสื่อ ออกแบบร่วมกับเพื่อน
-
ทางภาษา : เด็กสื่อสารขั้นตอน วิธีคิด และอธิบายสิ่งที่ตนสร้าง
แนวทางจัดกิจกรรม 3D Creative Design กับเด็กปฐมวัย
1. ใช้การปั้นหรือการต่อสร้าง
- เช่น ดินน้ำมัน แป้งโดว์ บล็อกไม้ บล็อกพลาสติก
- เด็กสามารถปั้นบ้าน รถ ต้นไม้ หรือสัตว์ต่าง ๆ จากจินตนาการ
2. การใช้แอปสร้าง 3D ง่าย ๆ
- เช่น แอป Tayasui Blocks / Draw & Tell / Quiver หรือ Augment
- ให้เด็กวาดหรือประกอบรูปร่างแบบ 3D บนแท็บเล็ต
- เหมาะกับเด็กอายุ 5 ปีขึ้นไป และมีครูแนะนำประกอบ
3. กิจกรรมสร้างเมืองจำลอง
- ให้เด็กช่วยกันวางผังเมือง สร้างตึก บ้าน ถนน จากกล่อง ของเหลือใช้ หรือบล็อก
- ฝึกให้เด็กคิดเป็นระบบ ร่วมมือกัน และเข้าใจการจัดการพื้นที่
4. การใช้เทคโนโลยี AR (Augmented Reality)
- เช่น ใช้แอปที่เปลี่ยนภาพวาดเด็กให้ ลอยออกมา เป็นวัตถุ 3D
- หรือส่องกล้องไปยังภาพที่เด็กวาดแล้วแสดงภาพเสมือนจริงขึ้นมา
- ทำให้เด็กตื่นเต้นและจินตนาการต่อยอดมากยิ่งขึ้น
ตัวอย่างกิจกรรมสร้างสรรค์ 3 มิติกับเด็ก
กิจกรรม สร้างสัตว์ประหลาดจากดินน้ำมัน
-
เด็กปั้นสัตว์ประหลาดในจินตนาการ แล้วตั้งชื่อ
-
จากนั้นอาจวาดฉากหรือบ้านของมันเพิ่ม
-
เด็กอธิบายว่ามันชื่ออะไร อยู่ที่ไหน กินอะไร
เสริมจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ทักษะสื่อสาร
กิจกรรม เมืองในฝันของฉัน
-
เด็กช่วยกันออกแบบและต่อเมืองจากกล่องกระดาษ
-
ออกแบบตึก โรงเรียน สวนสาธารณะ ถนน ฯลฯ
-
ฝึกการคิดเชิงออกแบบ การร่วมมือและการนำเสนอ
ฝึกความคิดเป็นระบบ การทำงานเป็นทีม การสื่อสาร
กิจกรรม ระบายสีภาพ 3D ด้วย AR
-
เด็กระบายสีภาพสัตว์หรือของเล่น (จากแบบพิมพ์ที่รองรับ AR)
-
ใช้แอปส่องให้เห็นภาพสัตว์ที่ตนระบายลอยออกมาในโลกเสมือน
-
เด็กตื่นเต้น สนุก และอยากสร้างภาพเพิ่ม
เสริมทักษะด้านเทคโนโลยีและจินตนาการ
เทคนิคการประเมินผล
-
ใช้การสังเกตพฤติกรรมระหว่างทำกิจกรรม
-
เก็บภาพผลงานของเด็ก หรือบันทึกวิดีโอ
-
ฟังคำอธิบายของเด็กถึงสิ่งที่เขาออกแบบหรือสร้าง
-
ใช้คำถามกระตุ้น เช่น หนูคิดอย่างไรถึงทำแบบนี้
-
จัดแสดงผลงานของเด็กให้เพื่อน ๆ ได้ดูแลกเปลี่ยนกัน
บทบาทของครูในการสนับสนุน
-
เปิดพื้นที่ให้เด็กคิดและสร้างอย่างอิสระ
-
ไม่ตัดสินผลงานว่าดีหรือไม่ดี แต่ตั้งคำถามเพื่อให้เด็กอธิบาย
-
จัดเตรียมสื่อและเครื่องมืออย่างหลากหลาย
-
สนับสนุนให้เด็กได้ลอง ทดลอง และปรับปรุงผลงาน
เน้นให้เด็กได้ลงมือทำ ไม่ใช่เรียนผ่านหน้าจอเท่านั้น การผสมผสานระหว่างของจริง (ของเล่น ของใช้) กับเทคโนโลยีจะยิ่งเสริมพัฒนาการได้ครบถ้วน
📎 ทักษะที่ได้จากการเรียน
1. ทักษะความคิดสร้างสรรค์
2. ทักษะกล้ามเนื้อมัดเล็กและการประสานงานตา-มือ
3. การทำงานร่วมกับผู้อื่น
📎 การนำไปใช้
- ส่งเสริมพัฒนาการรอบด้าน ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม และภาษา
- สอดแทรกแนวคิด STEM เบื้องต้น ผ่านการสร้างและวางโครงสร้าง
- พัฒนา Executive Functions เช่น การจดจ่อ ความจำใช้งาน และการควบคุมตนเอง
- ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ (Hands-on Learning) ทำให้เด็กเรียนรู้โดยไม่รู้ตัว
- ใช้เทคโนโลยีเพื่อจุดประกายจินตนาการ เช่น AR และแอป 3D ที่เหมาะสมกับวัย
📎 คำศัพท์ 5 คำ
1. มิติสัมพันธ์ = Spatial Awareness
2. ความคิดสร้างสรรค์ = Creative Thinking
3. การออกแบบ = Design
4. โลกเสมือน = Virtual World
5. ความประสานตา-มือ = Hand-eye Coordination
📎 วิธีการสอน
1. ใช้โปรเจคเตอร์ พาวเวอร์พอยท์ และเนื้อหาในการบรรยาย
2. การทำกิจกรรมโดยใช้เทคนิค Brainstorm (ระดมความคิด)
3. การสร้างกระบวนการกลุ่ม
📎 ข้อแนะนำที่คิดว่าควรปรับปรุง
ยังไม่มีค่ะ







Comments
Post a Comment